ปี2012 บันทึกการเทรด e/u

ปี2012 เริ่มบันทึกการเข้าเทรด โดยเริ่มที่ e/u นับว่าเป็นเดือนที่มีความผันผวนมากพอดู ยังจับทางตลาดได้ยาก เนื่องจากผู้เล่นกำลังทะยอยเข้าตลาด

ระเบียบควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

1. ระเบียบการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงิน
ก. กฎระเบียบ
กฎหมายแม่บทที่ใช้ในการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ได้แก่ พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินพุทธศักราช 2485 และจากการอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวได้มีการออกกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ข. การควบคุมดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ทำ หน้าที่กำกับดูแลการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งพนักงานของธนาคารเป็นเจ้าพนักงาน ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485
เพื่อควบ คุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศทุกประเภทจะต้องกระทำกับธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบ อนุญาตประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศ (ธนาคารรับอนุญาต) หรือผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศจากรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลัง ซึ่งได้แก่ บุคคลรับอนุญาต ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ และบริษัทรับอนุญาต ทั้งนี้ ห้ามมิให้บุคคลทั่วไปซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศกับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเป็นรายกรณี
ค. ระเบียบเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและเงินบาท
1. เงินตราต่างประเทศ
การนำหรือโอนเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศทำได้ไม่จำกัดจำนวน แต่เมื่อนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาแล้ว ต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยภายใน 360 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า ทั้งนี้ ยกเว้นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศและชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 3 เดือน สถานทูตต่างประเทศและผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้นๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทย
การ ซื้อหรือโอนเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศผ่านธนาคารรับอนุญาต ต้องยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันในต่างประเทศ โดยสามารถโอนออกได้ตามภาระหรือวงเงินที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในประเทศสามารถทำสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทย ได้ โดยต้องมีรายได้หรือรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่จะได้รับหรือต้อง ชำระในอนาคต หรือมีการลงทุนในต่างประเทศ
การนำธนบัตรเงินตราต่าง ประเทศติดตัวเพื่อออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศเกิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า จะต้องสำแดงรายการที่ด่านศุลกากรทุกครั้ง
2. เงินบาท
ไม่มีข้อจำกัดในการนำธนบัตรเงินบาทเข้ามาในประเทศ ส่วนการนำเงินบาทติดตัวออกไปยังประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยได้ครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท และประเทศอื่นๆ ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท
2. บัญชีเงินฝากธนาคาร
ก. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลไทย
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในประเทศไทยสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่าง ประเทศ ไว้กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทย โดยการฝากหรือถอนเงินจากบัญชีมีเงื่อนไข ดังนี้
การฝาก
1. เงินตราต่างประเทศอันมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ เช่น รายได้ ค่าบริการ เงินลงทุนที่ได้รับมาจากต่างประเทศสามารถฝากได้โดยไม่จำกัดวงเงิน และไม่ต้องแสดงภาระผูกพันในต่างประเทศ
2. เงินตราต่างประเทศที่ได้จากการซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากธนาคารรับอนุญาต สามารถนำเข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้ ดังนี้
2.1 บัญชีแบบมีภาระผูกพัน : ฝากได้ โดยยอดคงค้าง ณ สิ้นวันต้องไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่จะต้องชำระในต่างประเทศ และต้องไม่เกิน 1 ล้าน และ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลตามลำดับ หากต้องการฝากเกินวงเงินดังกล่าว ให้ฝากได้อีกไม่เกินภาระผูกพันที่ต้องชำระในต่างประเทศภายใน 12 เดือน ทั้งนี้ ภาระผูกพันดังกล่าวให้รวมถึงการชำระคืนหนี้เงินกู้จากธนาคารรับอนุญาตด้วย
2.2 บัญชีแบบไม่มีภาระผูกพัน : ฝากได้ไม่เกิน 100,000 และ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า สำหรับบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลตามลำดับ
3. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยฝากธนบัตรเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินวันละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
การถอน
1. ชำระภาระผูกพันในต่างประเทศของตน หรือธุรกิจในเครือให้แก่บุคคลในต่างประเทศ
2. ชำระหนี้เงินตราต่างประเทศของตน หรือธุรกิจในเครือให้แก่ธนาคารรับอนุญาต
3. ถอนเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือเข้าบัญชีของธุรกิจในเครือ ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการฝากเงินตราต่างประเทศด้วย
4. ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝากเข้าบัญชีสกุลอื่น ของตน หรือแลกเปลี่ยนแล้วนำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไป ชำระภาระให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือชำระหนี้ให้แก่ธนาคารรับอนุญาตทันที
5. ถอนเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท
ข. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทยได้ กรณีเงินตราต่างประเทศที่มีแหล่งจากต่างประเทศสามารถฝากได้โดยไม่มีข้อจำกัด เรื่องวงเงิน กรณีเงินที่ฝากเข้าบัญชีได้รับชำระหนี้จากบุคคลในประเทศหรือเป็นเงินกู้จาก ธนาคารรับอนุญาตต้องแสดงเอกสารหลักฐานตามระเบียบ สำหรับการถอนเงินจากบัญชีสามารถทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด
ค. บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ
บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศสามารถเปิดบัญชีเงินบาทไว้กับธนาคารรับอนุญาตในประเทศไทยได้
2 ประเภท ดังนี้
1. บัญชีเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสาร ทางการเงินในประเทศไทย เช่น หุ้น พันธบัตร เป็นต้น
2. บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป การฝากหรือถอนเงินจากบัญชีต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่เงินลง ทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงิน เช่น ค่าสินค้าบริการ เงินลงทุนโดยตรง เงินกู้ยืม เงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ยอดคงค้างในบัญชี ณ สิ้นวันสำหรับบัญชีแต่ละประเภทต้องไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อราย และ ห้ามโอนเงินระหว่างบัญชีแต่ละประเภท
3. ค่าสินค้าและบริการ
ก. ค่าสินค้าออก
ผู้ส่งสินค้าออกที่มีมูลค่าตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า จะต้องนำเงินค่าของส่งออกเข้ามาในประเทศทันทีที่ได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อใน ต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่เกิน 360 วันนับแต่วันที่ส่งของออก และจะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
ข. ค่าสินค้าเข้า
ผู้นำสินค้าเข้าสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศหรือถอนเงินตราต่างประเทศจาก บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ เพื่อโอนไปชำระค่าของนำเข้า หรือของที่สั่งจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่นำของเข้ามาในประเทศ ไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัด และการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตไปชำระค่าของนำเข้าสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขอ อนุญาตเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ การซื้อสินค้าระหว่างบุคคลในประเทศจะต้องชำระเป็นเงินบาทเท่านั้น
ค. ค่าบริการ
บุคคลหรือนิติบุคคลไทยที่ได้รับเงินค่าบริการจากต่างประเทศ จะต้องนำเงินเข้ามาในประเทศทันทีที่ได้รับชำระเงินจากต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่เกิน 360 วันนับจากวันที่ทำธุรกรรม และจะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
การชำระค่าบริการให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคลในต่างประเทศ เช่น ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินกำไร หรือค่ารอยัลตี้ รวมถึง การโอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการศึกษา สามารถกระทำได้ตามภาระโดยแสดงเอกสารหลักฐานต่อธนาคารรับอนุญาต สำหรับการซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อนำติดตัวไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปต่างประเทศ สามารถทำได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
4. เงินลงทุนจากต่างประเทศ
นักลงทุนต่างชาติสามารถโอนเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้โดยไม่มีข้อจำกัด ทั้งการลงทุนโดยตรง การลงทุนในหุ้น หรือตราสารทางการเงินในประเทศไทย โดยเมื่อนำเงินเข้ามาแล้ว จะต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับธนาคารรับอนุญาตภายใน 360 วันนับแต่วันที่ได้มาหรือนำเข้า
การส่งคืนเงินลงทุน หรือเงินกู้จากต่างประเทศ เป็นกรณีที่กระทำได้ โดยต้องแสดงเอกสารหลักฐาน สำหรับในกรณีการส่งคืนเงินทุนให้แสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการขายหุ้น หรือการโอนกรรมสิทธิ์ หรือกรณีการคืนเงินกู้ต้องแสดงเอกสารการนำเงินกู้เข้า และสัญญาเงินกู้ เป็นต้น
5. การโอนทุนออกของบุคคลไทย
ก. การลงทุนหรือให้กู้ยืมในต่างประเทศ
1. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยสามารถลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่บริษัทในเครือในต่าง ประเทศได้รวมกันไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
2. บุคคลหรือนิติบุคคลไทยสามารถลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่บริษัทแม่และบริษัทใน เครือในต่างประเทศที่มีบริษัทแม่เดียวกันได้รวมกันไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
3. กรณีเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ลงทุนตาม 1 และ 2 ได้ไม่จำกัดจำนวน และให้กู้ยืมได้ไม่เกินกรณีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
ข. การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ
1. ผู้ลงทุนสถาบัน ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม (ไม่รวมกองทุนส่วนบุคคล) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทประกันชีวิตและประกัน
วินาศภัย และสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศได้ ดังนี้
1.1 หลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยนิติบุคคลไทย : ลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวน
1.2 หลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งออกโดยนิติบุคคลต่างประเทศ : ลงทุนได้ โดยยอดคงค้างไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า
ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวงเงินที่หน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนและคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุนกำหนด
2. บุคคลทั่วไปซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศเพื่อเป็นการให้ สวัสดิการแก่พนักงานได้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อปี
3. การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศของบุคคลทั่วไป กรณีอื่นที่ไม่ได้เป็นการซื้อหุ้นสวัสดิการต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ก่อน โดยต้องเป็นการลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล หรือลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลัก ทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด
ค. การโอนเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น
1. การส่งเงินของตนที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร การส่งเงินให้ญาติ หรือให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นถาวรในต่างประเทศ การบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ ให้ทำได้ไม่เกินวัตถุประสงค์ละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อรายต่อปี
2. การส่งเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ให้ทำได้ไม่เกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต่อรายต่อปี
6. การรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ
บุคคลใดซื้อ ขาย ฝาก หรือถอนเงินตราต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องรายงานการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศต่อธนาคารรับอนุญาตตามแบบที่กำหนด

ที่มา http://www.bot.or.th/THAI/FOREIGNEXCHANGEREGULATIonS/FXREGULATION

เราทำเงินอย่างไรในตลาด Forex?

ตลาด Forex เราจะดูคู่เงิน เช่น EUR/USD (ตัวย่อ E/U) คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินยูโร กับเงินดอลล่าห์ ค่าเงินด้านซ้ายเป็นเงิน base currency โดยเราจะเห็นราคา ซื้อ-ขาย แบบนี้

EUR/USD bid= 1.3100 offer= 1.3103

โบรกเกอร์จะได้เงินจากส่วนต่างของ bid-offer ดังนั้น ทุกครั้งที่เราเปิดการเทรด เราจะติดลบก่อนเสมอ มีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับส่วนต่างของ bid-offer นี้ ซึ่งไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์ และในโบรกเกอร์เดียวแต่ละชนิดของบัญชีที่เปิดใช้ก็มีค่าไม่เท่ากัน

ตัวอย่าง เราเข้า Buy คู่ EUR/USD อยู่ที่ 1.3103 (ราคา offer) แล้วปิด (close) ทันที เราจะ sell คืนไปที่ 1.3100 (ราคา bid) เท่ากับเราขาดทุน 0.0003 หรือ 3 จุด (pip)

ตลาด Forex สามารถเทรดขาขึ้นและขาลงได้ทั้ง 2 ทาง

การซื้อ (Buy หรือ Long) ในตอนที่เราเปิด order เราจะได้ราคาที่ offer และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ bid

การขาย (Sell หรือ Short) ในตอนที่เราเปิด order เราจะได้ราคาที่ bid และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ offer